1. เริ่มจากเงินได้สุทธิ ไม่ใช่เงินเดือนคูณอัตราภาษี

สำหรับการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาด้วยวิธีเงินได้สุทธิ ให้แยกเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณ หักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้ และหักค่าลดหย่อนหรือรายการยกเว้นที่มีสิทธิ ก่อนนำเงินได้สุทธิไปคำนวณภาษีตามขั้นบันได

เงินได้สุทธิ = เงินได้ที่ต้องนำมารวมคำนวณ − ค่าใช้จ่ายที่หักได้ − ค่าลดหย่อนและรายการยกเว้นที่มีสิทธิ

เงินได้ตามมาตรา 40(1) และ 40(2) หักค่าใช้จ่ายได้ 50% แต่รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าลดหย่อนผู้มีเงินได้ 60,000 บาทเป็นอีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่ค่าใช้จ่ายก้อนเดียวกัน เงินได้ประเภทอื่นต้องตรวจหลักเกณฑ์ของประเภทนั้น หลักเกณฑ์กรมสรรพากร

2. ตารางภาษีขั้นบันได อ่านอย่างไร

ใช้อัตราของแต่ละช่วงกับเงินได้สุทธิเฉพาะส่วนที่อยู่ในช่วงนั้น เงินได้สุทธิ 150,000 บาทแรกได้รับยกเว้น เมื่อเงินได้ข้ามขั้น จะใช้อัตราที่สูงขึ้นเฉพาะส่วนที่เกิน ไม่ใช่ทั้งก้อน บัญชีอัตราภาษี · การยกเว้นช่วงแรก

อัตราภาษีสำหรับการคำนวณด้วยวิธีเงินได้สุทธิ
เงินได้สุทธิต่อปี (บาท)อัตราที่ใช้กับส่วนในช่วงนั้น
ไม่เกิน 150,000ยกเว้น
เกิน 150,000 ถึง 300,0005%
เกิน 300,000 ถึง 500,00010%
เกิน 500,000 ถึง 750,00015%
เกิน 750,000 ถึง 1,000,00020%
เกิน 1,000,000 ถึง 2,000,00025%
เกิน 2,000,000 ถึง 5,000,00030%
เกิน 5,000,00035%

บทความนี้อธิบายวิธีเงินได้สุทธิทั่วไป ผู้มีเงินได้ประเภทอื่นหรือกรณีพิเศษอาจต้องตรวจวิธีคำนวณอื่นประกอบ จึงไม่ควรใช้ตารางนี้เป็นคำตอบสุดท้ายโดยไม่ตรวจประเภทเงินได้

3. ตรวจค่าลดหย่อนเป็นรายการ อย่ารวมเพดานทุกอย่างทันที

ตัวอย่างสิทธิพื้นฐานที่ต้องตรวจเงื่อนไข
รายการวงเงินและข้อควรตรวจ
ผู้มีเงินได้60,000 บาท ตามหลักเกณฑ์
คู่สมรสไม่มีเงินได้60,000 บาท โดยต้องเข้าเงื่อนไขสถานภาพและการใช้สิทธิ
เบี้ยประกันสุขภาพของตนเองตามจ่ายจริงไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับเบี้ยประกันชีวิตและเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตแล้วไม่เกิน 100,000 บาท ตามเงื่อนไข
เบี้ยประกันชีวิตของตนเองตามจ่ายจริงรวมสิทธิที่เกี่ยวข้องไม่เกิน 100,000 บาท ต้องตรวจเงื่อนไขกรมธรรม์ เช่น ระยะคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี และบริษัทประกันในราชอาณาจักร

สิทธิส่วนตัวและคู่สมรส · ประกันสุขภาพและเพดานรวม · เงื่อนไขประกันชีวิต

ตารางนี้ไม่ใช่รายการลดหย่อนครบทุกประเภทของปีภาษีใดปีหนึ่ง สิทธิที่เกี่ยวกับบุตร บิดามารดา เงินออมเพื่อเกษียณ เงินบริจาค และมาตรการชั่วคราวต้องตรวจเงื่อนไขและปีที่ใช้สิทธิแยกกัน การมีใบเสร็จไม่ได้ทำให้ทุกค่าใช้จ่ายนำมาลดหย่อนได้โดยอัตโนมัติ

4. วิธีรวบรวมค่าลดหย่อนรายปี

  • ระบุปีภาษีและรวบรวมรายได้ตามประเภทจากเอกสารจริง
  • แยกค่าใช้จ่ายที่กฎหมายให้หักออกจากค่าลดหย่อนส่วนตัว
  • สำหรับแต่ละสิทธิ ตรวจคุณสมบัติ จำนวนที่จ่ายจริง หลักฐาน และเพดานเฉพาะรายการ
  • ตรวจเพดานรวมของสิทธิที่ใช้วงเงินร่วมกันก่อนบวกยอดทั้งหมด
  • นำยอดที่มีสิทธิจริงไปหัก แล้วคำนวณภาษีแยกตามช่วงเงินได้สุทธิ
  • นำภาษีหัก ณ ที่จ่ายและเครดิตที่มีสิทธิมาพิจารณาภาษีชำระเพิ่มหรือขอคืนตามแบบ

ภาษีหัก ณ ที่จ่ายเป็นเครดิตภาษี ไม่ใช่ค่าลดหย่อนเงินได้ จึงไม่ควรนำไปหักในตำแหน่งเดียวกัน โครงสร้างการคำนวณในคู่มือ ภ.ง.ด.91 ปีภาษี 2568

5. ไม่มีภาษีต้องจ่าย อาจยังมีหน้าที่ยื่นแบบ

เกณฑ์ยื่นแบบกับเกณฑ์เงินได้สุทธิที่เริ่มเสียภาษีเป็นคนละเรื่อง เช่น ผู้เป็นโสดที่มีเฉพาะเงินเดือนและมีเงินได้พึงประเมินเกิน 120,000 บาทต่อปี มีเกณฑ์หน้าที่ยื่นแบบ แม้หลังหักรายการที่มีสิทธิแล้วอาจไม่มีภาษีต้องชำระ เกณฑ์หน้าที่ยื่นแบบ

ก่อนยื่นจริงให้ตรวจข้อมูลปีภาษีที่ยื่น โดยเฉพาะสิทธิชั่วคราวและกรณีมีรายได้หลายประเภท บทความนี้ตรวจแหล่งข้อมูลวันที่ 8 ตุลาคม 2569 และไม่ได้อ้างว่าครอบคลุมมาตรการพิเศษทั้งหมดของปี 2569 หากต้องการให้ช่วยตรวจรายการ สามารถเตรียมข้อมูลรายได้และหลักฐานลดหย่อนมาปรึกษา BFF ได้

แหล่งข้อมูลทางการ

เนื้อหาสรุปเพื่อความเข้าใจทั่วไป การนำไปใช้ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและหลักเกณฑ์ของช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง

อ่านเรื่องที่เกี่ยวข้อง

ขายดีจนขาดทุน? สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตั้งราคาและจัดแคมเปญบน TikTok, Shopee และ Lazadaรับคืนสินค้าจาก TikTok, Shopee และ Lazada ต้องจัดการอย่างไร เพื่อปรับลดภาษีขายให้ถูกต้อง?ขายได้ มีกำไร แต่เงินหายไปไหน?มีเงินเดือนและรายได้เสริม ต้องเตรียมยื่นภาษีอย่างไร?ใบเสร็จกับใบกำกับภาษีต่างกันอย่างไร?